ข้อมูลทั่วไป
    พิจิตร เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางภาคเหนือตอนล่างของ ประเทศไทย ตัวเมืองอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน่าน เป็นเมืองเก่าแก่ ในสมัยสุโขทัยปรากฏในศิลาจารึกหลักที่ 1 ของพ่อขุนราม คำแหงมหาราชและในศิลาจารึกหลักที่ 8 รัชกาลพระยา ลิไท เรียกว่า "เมืองสระหลวง" ซึ่งมีสถานะเป็นหัวเมืองเอก ของกรุงสุโขทัย ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาได้เปลี่ยนชื่อเป็น "เมืองโอฆบุรี" ซึ่งแปลว่า "เมืองในท้องน้ำ" นอกจากนี้เมือง พิจิตรยังเป็นที่ประสูติของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรี อยุธยาอีกพระองค์หนึ่งคือ สมเด็จพระศรีสรรเพชญที่ 8 หรือ สมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ และจังหวัดพิจิตรยังเป็นถิ่นกำเนิด ของนิทานเรื่อง ไกรทอง อันลือลั่นอีกด้วย จังหวัดพิจิตรมีเนื้อที่ประมาณ 4,531 ตารางกิโลเมตร มีความยาวจากทิศเหนือจดใต้ประมาณ 77 กิโลเมตร ความกว้าง จากทิศตะวันออกจดทิศตะวันตกประมาณ 72 กิโลเมตร 
อาณาเขต
ทิศเหนือ จดจังหวัดพิษณุโลก
ทิศใต้ จดจังหวัดนครสวรรค์
ทิศตะวันออก จดจังหวัดเพชรบูรณ์
ทิศตะวันตก จดจังหวัดกำแพงเพชรและนครสวรรค์ 
การเดินทาง
ทางรถยนต์
เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯ (ทางหลวงหมายเลข 1) แยกเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 32 ที่อยุธยา ถึงจังหวัดนครสวรรค์ แยกเข้าเส้นทางนครสวรรค์-ชุมแสง-บางมูลนาก-ตะพานหิน-พิจิตร (ทางหลวงหมายเลข 1118) เข้าสู่จังหวัดพิจิตร รวมระยะทางประมาณ 345 กิโลเมตร
เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯ (ทางหลวงหมายเลข 1) แยกเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 32 ที่อยุธยา ถึงอำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี แยกเข้าสู่เส้นทางตากฟ้า- เขาทราย-สากเหล็ก (ทางหลวงหมายเลข 11) และเข้าสู่จังหวัดพิจิตรที่กิ่งอำเภอสากเหล็ก (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 111) รวมระยะทางประมาณ 344
เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯ (ทางหลวงหมายเลข 1) แยกเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 32 ที่อยุธยา ถึงอำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี แยกเข้าสู่เส้นทางสายตากฟ้า - เขาทราย (ทางหลวงหมายเลข 11) แยกเข้าเส้นทางเขาทราย-ตะพานหิน (ทางหลวงหมายเลข 113) แยกเข้าเส้นทางตะพานหิน-พิจิตร (ทางหลวงหมายเลข 113) เข้าสู่จังหวัดพิจิตร ระยะทางประมาณ 338 กิโลเมตร
เส้นทางที่ 4 จากกรุงเทพฯ (ทางหลวงหมายเลข 1) แยกเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 32 ที่อยุธยา ถีงจังหวัดนครสวรรค์ แยกเข้าเส้นทางนครสวรรค์-พิษณุโลก (ทางหลวงหมายเลข 117) ถึงอำเภอสามง่าม แยกเข้าเส้นทางสามง่าม-พิจิตร (ทางหลวงหมายเลข 115) เข้าสู่จังหวัดพิจิตร รวมระยะทาง 360 กิโลเมตร

ทางรถโดยสารประจำทาง
รถโดยสารธรรมดา มีรถประจำทาง (บขส. สีส้ม) ไป-กลับ ระหว่างกรุงเทพฯ - พิจิตร ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ ถ.กำแพงเพชร 2 ค่าโดยสารรถ บขส. สีส้มราคา 83 บาท ค่าโดยสารรถปรับอากาศชั้น 2 ราคา 116 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 936-3660, 936-3666
รถโดยสารปรับอากาศ มีรถปรับอากาศชั้น 1 ของบริษัทเชิดชัยทัวร์ออกทุกวันๆ ละ 4 เที่ยว ตั้งแต่เวลา 9.00-22.10 น. ค่าโดยสารราคา 149 บาท

ทางรถไฟ
การรถไฟแห่งประเทศไทย มีรถไฟออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพง ไป-กลับ ระหว่าง กรุงเทพฯ-พิจิตร ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง สามารถขึ้นได้จากสถานีสามเสน บางซื่อ ดอนเมือง สนใจติดต่อหน่วยประชาสัมพันธ์การรถไฟ โทร. 223-7010, 223-7020 
 

เทศกาลงานประเพณี
1. งานประเพณีกำฟ้า





เป็นประเพณีสำคัญของชาวไทยพวน บ้านป่าแดง ตำบลหนองพยอม งานจัดตรงกับ วันขึ้น 2 ค่ำและ 3 ค่ำ เดือน 3 (เดือนกุมภาพันธ์) เพื่อแสดงความเคารพบูชาเทวดา และพระมหากษัตริย์ เมื่อถึงวันกำฟ้าชาวไทยพวนจะกลับมายังบ้านของตนเพื่อร่วม ทำบุญกับญาติพี่น้อง พบปะสังสรรค์และเล่นกีฬาพื้นบ้าน
2. งานแข่งเรือประเพณี จังหวัดพิจิตร




    มีการแข่งเรือประเพณีมาเป็นเวลานานแล้ว เพราะมีธรรมเนียมว่า วัดใด ถ้าจัดงานปิดทองไหว้พระแล้วก็จะต้องจัดงานแข่งเรือควบคู่กันไปด้วย โดยกำหนด ให้วันเสาร์-อาทิตย์ต้นเดือนกันยายนเป็นวันจัดการแข่งขัน ณ แม่น้ำน่าน หน้าวัดท่า หลวง นอกจากการแข่งเรือแล้ว ในวันงานยังมีการประกวดขบวนแห่เรือต่าง ๆ มีการ ประดับริ้วขบวนอย่างสวยงาม 
สถานที่น่าสนใจ
1. พระพุทธเกตุมงคล หรือ หลวงพ่อโตตะพานหิน







ตั้งอยู่ที่วัดเทวปราสาท เป็นพระพุทธรูปปางประทานพร หน้าตักกว้าง 20 เมตร เฉพาะองค์พระสูง 30 เมตร แท่น สูง 4 เมตร รวมความสูงทั้งสิ้น 34 เมตร สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กเมื่อปี พ.ศ. 2513 นับเป็นพระพุทธรูปที่มี พุทธลักษณะสวยงามได้สัดส่วนและใหญ่ที่สุดของจังหวัดพิจิตร หากท่านเดินทางโดยรถไฟจะมองเห็นองค์พระ เหลืองอร่ามแต่ไกล
2. บึงสีไฟ






เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศซึ่งเคยมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลถึง 12,000 ไร่ ลักษณะของบึง กว้างกลม คล้ายกะทะ แต่รีไปทางทิศตะวันตกเล็กน้อย ในปี 2521 กรมประมงได้จัดตั้งสถานีประมงน้ำจืดเพื่อเพาะ พันธุ์ปลา และจังหวัดพิจิตรได้สร้างศาลาบึงสีไฟให้ประชาชนได้พักผ่อนหย่อนใจ บึงสีไฟนี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ แห่งแรกของจังหวัดพิจิตร นอกจากนั้นภายในบึงสีไฟยังมีสถานที่ที่น่าสนใจอื่นๆ อีก เช่น สวนสมเด็จพระศรี- นครินทร์ฯ พิจิตร สถานแสดงพันธุ์ปลาเฉลิมพระเกียรติ และรูปปั้นพญาชาละวัน เป็นรูปปั้นจระเข้ที่มีความยาวถึง 38 เมตร กว้าง 6 เมตร สูง 5 เมตร ปากยาว 4.5 เมตร
3. อุทยานเมืองเก่าพิจิตร





ไปตามเส้นทางสายพิจิตร-สามง่าม-วังจิก (ใช้ทางหลวงหมายเลข 115 และทางหลวงหมายเลข 1068) ประมาณ หลักกิโลเมตรที่ 6 จากการตรวจสอบและค้นคว้าเชื่อว่าเป็นเมืองพิจิตรเก่า สร้างในสมัยพระยาโคตรบอง ประมาณปี พ.ศ. 1601 ภายในบริเวณกำแพงเมืองมีพื้นที่ประมาณ 400 ไร่เศษ ประกอบไปด้วยกำแพงเมือง คูเมือง เจดีย์เก่า ฯลฯ มีสวนรุกขชาติกาญจนกุมารซึ่งกรมป่าไม้ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2520 ทำให้ภายในบริเวณอุทยานแห่งนี้มีต้นไม้ ร่มรื่นหลายชนิด ภายในอุทยานมีสถานที่น่าสนใจคือ วัดมหาธาตุ ถ้ำชาละวัน
4. วัดเขารูปช้าง







     ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของตัวเมืองพิจิตรไปตามเส้นทางสายพิจิตร-ตะพานหิน ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ในตำบลดงป่าคำ โบราณสถานของวัดเขารูปช้างที่มองเห็นเด่นเป็นสง่าคือ เจดีย์แบบ ลังกาซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาที่มีหินสีขาวซ้อนกันมองดูคล้ายช้าง แต่เดิม เป็นเจดีย์เก่ามาก่อน และทางวัดได้ทำการปฏิสังขรณ์ใหม่เมื่อประมาณ 20 ปีมานี้ โดยได้ประดับกระเบื้องเคลือบสีทองทั้งองค์ มีรั้วรอบองค์เจดีย์ สำหรับลานกว้างบนยอดเขา ทางวัดได้สร้างวิหารใหญ่ขึ้นหลังหนึ่ง และมีเจดีย์เก่าอยู่องค์หนึ่งเป็นเจดีย์แบบลังกาทรงเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยา มีตัวระฆังเป็นกลีบมะเฟือง แต่ยอดเจดีย์หักแล้ว นอกจากนั้นยังมีมณฑปแบบจตุรมุขหลังเก่า อยู่ใกล้กับโบสถ์หลังใหม่ ภายในมณฑปประดิษฐานพระพุทธบาทสำริด ที่ฝาผนังมีภาพเขียนเรื่องไตรภูมิพระร่วง
5. วัดโพธิ์ประทับช้าง







        เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2244 ในสมัยสมเด็จพระสุริเยนทราธิบดี(ขุนหลวงสรศักดิ์หรือพระพุทธเจ้าเสือ) พระมหากษัตริย์สมัยกรุงศรีอยุธยา เพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน ณ สถานที่ประสูติของพระองค์ วัดนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวัน ออกของแม่น้ำพิจิตรเก่า ตำบลโพธิ์ประทับช้าง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 27 กิโลเมตร ไปตามถนนสายพิจิตร-วังจิก (ทางหลวงหมายเลข1068)ประมาณกม.ที่ 16 เลี้ยวแยกซ้ายไปทางอำเภอโพธิ์ประทับช้าง ก่อนถึงตัวอำเภอจะมีทาง แยกซ้ายมือเข้าไปอีก 4 กิโลเมตร หน้าวัดมีต้นตะเคียนซึ่งกล่าวกันว่ามีอายุราว 260 ปี วัดโดยรอบได้ 7 เมตร 60 เซนติเมตร หรือ 7 คนโอบ วัดนี้เป็นวัดที่มีพระวิหารสูงใหญ่ มีกำแพงล้อมรอบ 2 ชั้น เป็นศิลปะแบบอยุธยา ปัจจุบัน ได้รับการบูรณะซ่อมแซมจากกรมศิลปากรเพื่ออนุรักษ์ไว้ให้อนุชนรุ่นหลัง กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็น โบราณสถานเมื่อ พ.ศ. 2478 นอกจากนี้ชาวอำเภอโพธิ์ประทับช้าง ได้สร้างอนุสาวรีย์พระพุทธเจ้าเสือไว้เป็นที่ระลึก ข้างที่ว่าการอำเภอโพธิ์ประทับช้างอีกด้วย 
สินค้าของที่ระลึก
ผลิตภัณฑ์จักสาน ผ้าไทยลื้อ ครกหิน